หมอเปิดใจดูแลผู้ป่วยโควิดแบบขาดแคลน ใส่ท่อพร้อมสวดมนต์ ทำไม่กล้ากลับบ้าน

สถานการณ์โควิดระบาด คำขอร้องจากแพทย์พยาบาล คือ ให้ประชาชนหยุดการเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อลดการติดเชื้อเพิ่ม เนื่องจากการที่มีผู้ป่วยพร้อมๆ กันนั้น จะทำให้ระบบการแพทย์ไม่สามารถรับมือได้ จนทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็วได้

หนึ่งในทีมแพทย์ สมาชิกเฟซบุ๊ก Prok Laosuwan ได้เปิดเผยความรู้สึกในการเป็นทีมรักษาผู้ป่วยโควิด ในฐานะที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจผู้ป่วย ทั้งการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วย จนทำให้แพทย์ท่านนี้ไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวว่าจะนำเชื้อไปติดคนที่รัก

โดยโพสต์ระบุว่า อยาก #WorkFromHome บ้าง แต่ลืมไปเป็น #วิสัญญีแพทย์ (เล่าจากเหตุการณ์ของวิสัญญีแพทย์หลายคน หลากโรงพยาบาล #ไม่ใช่เฉพาะข้าพเจ้าคนเดียว)

1. รพ.ส่วนใหญ่ ต้องลดการผ่าตัดเคสไม่เร่งด่วนลง เนื่องจาก จำเป็นต้องเอาบุคลากรของโรงพยาบาล (โดยเฉพาะพยาบาล) ไปเปิดวอร์ดผู้ป่วยโควิด19เพิ่ม ดังนั้น อะไรที่เร่งด่วนก็ผ่าตามเดิม อะไรที่รอได้ก็รอก่อน คิวอาจจะยาวขึ้น หรือถูกหมอโทรไปเลื่อนนัดผ่าตัดก็อย่าเพิ่งงอนนะครับ

2. เอ้า เคสลดลง…แสดงว่าวิสัญญีก็สบายขึ้นน่ะสิ?…ผิดครับ…เรามีหน้าที่ใหม่ที่งอกขึ้นมาแทน คือ….”การรับใส่ท่อหายใจในผู้ป่วยโควิด19” แทน….ฮรือ…เอาเคสปกติมาดมแทนได้ไหม

3. ทำไมหมอดมยามักถูกเลือกให้เป็นผู้ใส่ท่อ….เพราะตามคำแนะนำทั่วโลกคือ หมอดมยาเป็นผู้ชำนาญการใส่ท่อหายใจที่สุดโดยเฉพาะวิธีพิเศษที่เรียกว่า rapid sequence induction (RSI) อธิบายว่า…มันคือการใส่ท่อแบบละมุนละม่อมไม่ทำให้ผู้ป่วยไอหรือต้านระหว่างการใส่ท่อนั้น ซึ่งก็ลดการแพร่กระจายเชื้อในห้องไปด้วย

4. แล้วตอนใส่จะติดเชื้อด้วยไหม?…. รพ.ส่วนใหญ่ “ถ้าสามารถทำตามมาตรฐานได้” ก็ต้องมีชุดและอุปกรณ์ที่ครบ จัดเต็ม ประหนึ่งเป็นนักบินอวกาศ….((หายใจอากาศในชุดผ่านเครื่องกรอง)) ใส่ชุดทับแล้วทับอีก ถุงมือหลายชั้น ถุงรองเท้า บูทต่างๆ แถมการใส่และถอดอาจมีความเสี่ยงในการทำให้ปนเปื้อนต่อตัวเองและผู้อื่น (ผู้ที่ช่วยเราใส่และถอดและเก็บกวาด)

5. ใช่ครับ มันใส่ยาก แต่ยากยังไงก็ต้องใส่ ลำบากแค่ไหนต้องทน.. ดีกว่าไม่มีชุดจะใส่…แล้วคิดว่า ชุดนี้มีพร้อมทุกรพ.ไหมครับ…คำตอบคือ “ไม่ครับ” เนื่องจากชุดนี้ราคาแพง และบ้านเราแทบจะไม่ค่อยได้เจออะไรแบบนี้ รพ.ต่างๆของเราจะซื้อชุดนี้เก็บไว้ทำไม ตอนนี้รพ.ไหน ต้องใส่ท่อในผู้ป่วยโควิด มีชุดฮูดสีขาว +N95 + Face shield ก็อาจจะถือว่าถมไปแล้ว (ขออนุญาต…ฮรืออีกรอบ…..) แล้วซื้อตอนนี้จะทันไหม…ให้การบ้านไปคิดเอาเอง

6. แม้ของเดิมหน้ากาก N95 ส่วนใหญ่จะถูกจัดเป็นของที่ใช้แล้วทิ้ง….แต่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้…เราต้องเก็บ N95 ส่วนบุคคล ถอดอย่างระวังแล้วหันกลับมาดูว่า ยังไม่เลอะ ยังไม่เหม็นใช่ไหม…แล้วหาเครื่องฉาย UVC (ที่ใช้ฆ่าเชื้อขวดนมเด็ก) มาฆ่าเชื้อแล้วใช้ซ้ำ ส่วนตัวผมซื้อเก็บไว้นิดหน่อยจากสถานการณ์ฝุ่นเมื่อปีที่แล้ว…เลยพยายามใช้อย่างถนอมที่สุดเช่นกัน เพราะเราไม่รู้ว่ารพ.ที่เราอยู่จะหมดสตอคเมื่อไร เพราะในห้องผ่าตัดโดยเฉพาะถ้ามีเคสที่ต้องใช้ก็ต้องใช้

7. ส่วนใหญ่ เราจะได้รับบทบาทหน้าที่ใส่ตอนผู้ป่วยแอดมิทในรพ.แล้ว เช่นมาจากสนามมวย อยู่ดีๆก็เหนื่อย (ถ้าใส่ที่ห้องฉุกเฉินก็จะเป็นหน้าที่ของหมอตรงนั้น) ก่อนเข้าก็ต้องใส่ชุดและจะมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเราใส่และถอดเสมอ เวลาเข้าไปในห้องที่ผู้ป่วยกำลังเหนื่อย เราก็จะลุ้นๆหน่อย ชุดก็เทอะทะและหนักอยู่แล้วด้วย เพราะเราต้องจำกัดคนที่เกี่ยวข้องเราให้น้อยที่สุด ใส่ท่อแบบเงียบๆ สวดมนต์ไปด้วยในใจเบาๆ แล้วออกมาถอดชุดด้วยความระมัดระวังไม่ให้เลอะทั้งตัวเองและคนช่วย (ไปหาคลิปดูได้นะครับ การใส่และถอดชุดพวกนี้…เพื่อความอินในการอ่าน)

8. การติดโรคของโควิด19เนี่ย มันติดหลักๆจากสารคัดหลั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลมหายใจและปากน้ำลายต่างๆ และงานเราคือ ใส่ท่อไปตรงจุดเสี่ยงทั้งหมดนี่แหละ ….เราจึงไม่ใช่คนที่ปลอดภัยสักเท่าไร

9.ถ้าต้องดมยาแบบวางยาสลบช่วงนี้นอกจากต้องใส่ท่อแล้วยังต้องถอดท่ออีก…ตอนถอดนี้…ปกติก็เละเทะอยู่แล้ว น้ำมูก น้ำลาย น้ำตามาเต็ม ถ้าคนไข้ไม่มีอาการ ไม่มีไข้ก็อาจจะเบาใจ…ถ้าคิดว่าคนไข้เป็นโควิดแบบแอบแฝงล่ะก็….. ไวรัสทั้งมวลก็มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายแถวๆใบหน้าทั้งหมดนั่นแหละ แล้ววิสัญญีจะทำอะไรได้ นอกจาก “ระวังที่สุดของที่สุด”…และสวดมนต์

10. พอเดินรพ.ไปนานๆ หรือดมยาคนไข้ในช่วงนี้ไป หรือต้องวิ่งไปใส่ท่อคนที่สงสัยโควิดบ่อยๆ ก็จะมีความคิดที่ฉุกขึ้นมาได้ว่า…เราติดยังวะ? …

11. ในที่สุด เราก็ไม่กล้ากลับบ้านไปหาพ่อแม่ที่บ้าน เพราะกลัวจะติดโดยไม่รู้ตัวและเอากลับไปแพร่เชื้อ

12. หมอโรคติดเชื้อ หมอโรคปอด ….และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่หน้าจอทีวีทุกวัน….คงไม่ได้กลับไปเจอครอบครัวจนกว่าสถานการณ์จะสงบเช่นกัน (ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร)

ทีนี้ #พวกคุณจะอยู่บ้านนิ่งๆกันได้รึยัง?

(ใครที่มีกำลังช่วยให้คนข้างๆ อยู่นิ่งๆได้เพิ่มเติมนอกจากตััวเองแล้ว…. ต้องทำแล้วครับ)