รองปลัด กทม.ตรวจด่านคัดกรองโควิด ถ.ราชพฤกษ์ จนท.พบปัญหาทำรถติดยาว 10 กม. ต้องปรับการทำงานใหม่

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 ที่บริเวณจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิดหน้าหมู่บ้านร่มรื่น ถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยบริเวณจุดคัดกรอง โดยมี นายชูชาติ สุวรรณนที ผอ.สำนักงานเขตตลิ่งชัน พ.ต.อ.ปิยมิตร วิภาตะศิลปิน รอง ผบก.น.7 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน สน.บางพลัด เจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักงานเขตตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้การต้อนรับและรายงานปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น

นพ.พิชญา กล่าวว่า ขณะนี้ พบผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครประมาณ 200 ราย ในพื้นที่สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ตนเชื่อว่ายังมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้อีกหลายราย ทาง ผอ.เขตทุกเขตต้องตรวจสอบข้อมูลจากโรงพยาบาลในพื้นที่รวบรวมข้อมูลรายงานให้ตนทราบเป็นระยะ ฝั่งธนบุรี พื้นที่ที่พบมากที่สุดคือ สำนักงานเขตบางพลัด พบเกือบ 10 ราย แต่พื้นที่เขตตลิ่งชันยังพบไม่มาก

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ล่าสุดวานนี้ (26 มี.ค.) ข้อมูลพื้นที่กรุงธนเหนือพบผู้ป่วย 35 ราย ส่วนกรุงธนใต้น่าจะประมาณ 70-80 ราย ซึ่งในวันนี้ จะให้พื้นที่กรุงธนใต้ส่งข้อมูลมาให้ ส่วนการตั้งจุดสกัดของจุดนี้ยังเรียงตำแหน่งผิด ตนจึงให้เรียงตำแหน่งใหม่ คือ ถ้ารถที่วิ่งมาตามถนนขาเข้า จุดแรกที่เจอให้เป็นจุดตรวจ ถ้าตรวจพบผู้สุ่มเสี่ยงให้ส่งไปยังจุดคัดกรองที่ถัดไปด้านขาเข้า และจุดสุดท้ายที่ไม่ต้องย้อนกลับมาอีกคือจุดส่งกลับ ส่งไปที่โรงพยาบาลเลยซึ่งจะต้องปรับให้เหมือนกันทุกจุดโดยเริ่มจากจุดนี้เป็นจุดแรก

ด้านเจ้าหน้าที่ประจำด่านหลายนาย กล่าวถึงการตั้งจุดคัดกรองว่า จากการตรวจคัดกรองวานนี้ (26 มี.ค.) ไม่พบผู้ที่สุ่มเสี่ยง แต่ปัญหาที่พบ คือ ปัญหาการจราจรติดขัดยาวกว่า 10 กม.ทำให้คนที่ทำงานช้า จึงต้องปรับการคัดกรองใหม่ คือ เลือกแต่รถที่มาจากต่างจังหวัดที่มีคนนั่งท้ายกระบะเท่านั้น จะให้ตรวจทุกคันคงเป็นไปได้ยาก แถมเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิก็มีให้มาแค่เครื่องเดียว หน้ากากอนามัยก็ไม่มีให้ เจ้าหน้าที่ต้องซื้อหากันมาเองในราคาแพง พวกเจ้าหน้าที่ยังต้องการหน้ากากอนามัย และยังมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ขับรถและอยู่ในรถเสียอีก อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาตรงจุดนี้ด้วย.

Comments are closed.