ไฟป่าดอยสุเทพ ท่ีปะทุ 3 จุด จนท.ระดมกำลังเข้าดับ ทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดไฟป่าบนดอยสุเทพ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ปะทุขึ้นมาอีก 3 จุด พร้อมๆ กัน พลตรีจิรเดช กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตรีสืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้จัดกำลังพล 70 นาย จากมณฑลทหารบกที่ 33, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7, กองพันพัฒนาที่ 3, กองพันสัตว์ต่างกรมการสัตว์ทหารบก ร่วมกับ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งบูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการดับไฟป่า กรมป่าไม้ และชาวบ้านในพื้นที่จำนวนกว่า 300 นาย เข้าไปดับไฟป่าที่เกิดขึ้นด้านหลังวัดพระธาตุดอยคำ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังลุกลามขยายวงกว้างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

การปฏิบัติงานวันนี้ควบคู่ไปกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ลำ ที่ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันซึ่งหน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง โดยรองแม่ทัพภาคที่ 3 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และให้สวมใส่หน้ากากอนามัย รวมทั้งเว้นระยะห่างในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันโรคโควิด-19

ขณะเดียวกันยังได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 17 หรือ Mi-17V5 ของกองทัพบก บินทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่ดอยปุย ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่เกิดไฟไหม้ป่าหลายจุด ติดต่อกันมานานถึง 4 วันแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากผืนป่าดอยสุเทพเป็นพื้นที่ป่าเต็งรัง ที่มีใบไม้แห้งสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี อีกทั้งจุดที่เกิดเป็นภูเขาสูงชันและมีเหวลึกยากแก่การเข้าถึง จึงลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันบางจุดที่ดับเสร็จแล้ว กลับเกิดการปะทุขึ้นใหม่ เช่นเดียวกับที่ป่าข้างหอดูดาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพก็ได้เกิดไฟป่าขึ้นมาอีก ทางเจ้าหน้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสุเทพ ขึ้นไปดับไฟไม่ให้ลุกลามตอนนี้ยังคงเหลือแต่กลุ่มควันจำนวนมาก

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ไฟไหม้ป่าดอยสุเทพทั้ง 3 จุดพร้อมๆ กันในบ่ายวันนี้ เป็นไฟที่ปะทุมาจากของเก่าเมื่อคืนที่ยังดับไม่สนิท ประกอบกับช่วงกลางวันอากาศร้อน ทำให้ไฟปะทุขึ้นมาอีก วันนี้ทางศูนย์ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าได้จัดกำลังพลเข้ามาเสริมใช้เฮลิคอปเตอร์ Mi-17V5 บินทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่ดอยปุย และใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ลำ ที่ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันด้านหลังวัดพระธาตุดอยคำ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เกือบ 50 เที่ยวบิน สลับกันบรรทุกน้ำไปดับไฟป่า จนเหลือแต่ควันแล้ว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุของไฟป่าครั้งนี้ เกิดจากฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน โดยตนได้ตั้งรางวัลนำจับ โดยคนชี้เบาะแสนำจับคนเผาป่าได้ จะให้รางวัลรายละ 1 หมื่นบาท ต้องขอขอบคุณน้ำใจชาวเชียงใหม่ ที่หลั่งไหลช่วย จนท.ดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย หลังขอรับบริจาคอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นไว้สำหรับปฏิบัติหน้าที่ โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาบริจาคสิ่งของเป็นจำนวนมาก ทั้งน้ำดื่ม อาหารแห้ง เครื่องดื่มชูกำลัง เกลือแร่ เป็นต้น

ด้าน นายชยันต์ ระบือปฐพี หน.ฝ่ายอนุรักษ์ฯ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า ขณะนี้ สิ่งของที่ต้องการคือหน้ากากอนามัย (N95) หรือ ผ้า Bluff สำหรับไว้คลุมหน้า เพราะการเข้าดับไฟจะมีทั้งควันไฟและฝุ่นละอองจำนวนมาก จึงต้องมีการป้องกันอย่างมิดชิด รวมทั้งยานวดไว้แก้เคล็ดขัดยอก เพื่อนำไปให้เจ้าหน้าที่บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากการปฏิบัติงาน สำหรับของที่นำมาบริจาคนั้น จะเร่งแจกจ่ายให้ถึงมือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างทั่วถึงทุกวัน และขอขอบพระคุณน้ำใจของชาวเชียงใหม่ทุกคนที่หลั่งไหลมาให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในครั้งนี้

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำรวจแนวไฟป่าที่ลุกไหม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อรวบรวมข้อมูลและหารือถึงแนวทางแก้ไข โดยศูนย์บัญชาการฯจังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอสนับสนุน ฮ.Mi-17V5 เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟบริเวณใกล้เนินพลับพลาทรงงานแทน โดยมีหน่วยป่าไม้ภาคพื้นดิน และรถบรรทุกน้ำดับเพลิงของเทศบาลตำบลช้างเผือกเข้าร่วมปฏิบัติงาน พร้อมจัดชุดเหยี่ยวไฟผลัดกลางคืน 60 นาย สับเปลี่ยนกำลัง เข้าปฏิบัติการดับเพลิงในช่วงกลางคืนและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง.