จับ”ดร.”ม.เกษตร-น้องชายคดีขยำ”อจ.สาวอาร์แบค”

ตร.บางเขนบุกรวบตัวภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซิวรองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมน้องชายและลูกน้องรวมเป็น 3 คน คนแรกโดนข้อหาลวนลามกระทำอนาจาร-ทำร้ายร่างกาย ส่วน 2 คนหลังโดนข้อหากรรโชกทรัพย์ หลังอาจารย์สาวอาร์แบคแจ้งจับรูด เผยก่อนเกิดเหตุน้องชายรองคณบดีบุกไปข่มขู่กระทำอนาจารถึงห้องพักครู พร้อมทวงเงิน 10,000 บาท ถ้าไม่ให้จะเขียนรายงานประวัติและพฤติกรรมไปให้มหาวิทยาลัยในประเทศอินเดียที่เจ้าทุกข์ศึกษาอยู่ทราบ จนฝ่ายหญิงเครียดและเกือบจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 22 มิ.ย. ร.ต.อ.ภูเมศ อังสุวรรณกุล รองสวป.สน.บางเขน จับกุมนายจีรพงษ์ โกสะ อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.6 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญารัชดาฯ เลขที่ 2978/2547 ลงวันที่ 17 มิ.ย. 47 ข้อหากระทำอนาจารโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืนได้ นอกจากนี้ ยังจับกุมน.ส.บุญส่ง โกสะ อายุ 55 ปี รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่บ้านเลขที่ 10/46 ม.6 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญารัชดาฯ เลขที่ 297/2547 ลงวันที่ 17 มิ.ย. 47 และนายมานพ สังข์แก้ว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 ม.3 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลอาญารัชดาฯ ที่ 2977/2547 ลงวันที่ 17 มิ.ย. 47 ในข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่ตึก 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.หน่อย(นามสมมติ) อายุ 29 ปี นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยปูเน ประเทศอินเดีย และเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษอังกฤษ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (อาร์แบค) เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ต.ดำรง บุญวิไลดำรงค์ สวส.สน.ลาดพร้าว ว่าถูกลวนลาม กระทำอนาจาร และถูกขู่กรรโชกทรัพย์

น.ส.หน่อยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 11.00 น. นายจีรพงษ์เข้ามาหาตนที่ห้องพักครู ซี 209 เข้าพูดคุยธุระบางอย่าง แต่ตนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ต้องการพบ ระหว่างนั้นนายจีรพงษ์เข้ามากระชากแขนแล้วใช้มือลูบคลำบริเวณหน้าอก แล้วยังใช้มือล้วงเข้าไปใต้กระโปรงเพื่อจับของสงวนอีกด้วย

ต่อมา 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายจีรพงษ์ได้เดินทางมาพร้อมพวกอีก 4 คน เข้ามาพูดคุยที่ห้องพักครู และเอ่ยปากทวงเงินจำนวน 10,000 บาท พร้อมกับข่มขู่ว่าหากไม่นำมาให้จะมีผลกระทบกับหน้าที่การงานและการศึกษาระดับปริญญาโท ขณะนั้นตนมีเงินเพียง 2,000 บาท และยังไปยืมเงินอาจารย์ท่านอื่นมาอีกจนครบ 10,000 บาทเพื่อนำไปให้นายจีรพงษ์ เพราะความกลัว ทั้งนี้ ดร.บุญส่งซึ่งเป็นพี่สาวของนายจีรพงษ์ ยังทำหนังสือไปยังมหาวิทยาลัยปูเน ประเทศอินเดีย ที่ตนศึกษาปริญญาโท และอยู่ระหว่างขอทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก โดยกล่าวหาว่าตนมีประวัติไม่ดี กระทั่งตนเกิดอาการเครียดถึงขั้นจะคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว ต่อมาได้รับการปรึกษาจากเพื่อนๆ จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว

“ดิฉันได้รู้จักกับนายจีรพงษ์เมื่อปี 2537 ขณะนั้นได้ศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ส่วนนายจีรพงษ์เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ และมีความสนิทสนมกันและมารู้ตัวภายหลังว่านายจีรพงษ์ได้มาชอบพอตน หลังเรียนจบได้เดินทางไปเรียนปริญญาโทต่อที่ประเทศอินเดีย เริ่มห่างกันไป ซึ่งพี่สาวนายจีรพงษ์เกิดความไม่พอใจว่าดิฉันไปหลอกน้องชาย จึงได้ทำหนังสือรายงานประวัติการศึกษาของดิฉันส่งไปที่มหาวิทยาลัยปูเน ประเทศอินเดีย และเมื่อดิฉันกลับมาเมืองไทยไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต นายจีรพงษ์ยังได้ตามมารังควาน ส่วนเงินที่ถูกถวงจำนวน 10,000 บาทนั้น คงเป็นเงินที่นายจีรพงษ์เคยให้ใช้เมื่อครั้งเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ การที่เขาทำเช่นนี้คาดว่าเกิดจากความแค้นอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า” น.ส.หน่อยกล่าว

พ.ต.ต.ดำรงกล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ต่างให้การปฏิเสธ พร้อมทั้งยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท และใช้ตำแหน่งข้าราชการซี 8 ยื่นขอประกันตัวออกไป ส่วนขั้นตอนต่อไปจะเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่ามีการลวนลาม และพยานที่ให้ยืมเงินจำนวน 8,000 บาทมาสอบปากคำ คาดว่าภายใน 1 เดือนจะรวบรวมสำนวนเสนออัยการพิจารณาฟ้องต่อไป

Comments are closed.